ลองจินตนาการดูนะครับว่าวันดีคืนดี ของที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวันอย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ทุกวัน กำลังจะขยับราคาขึ้นโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การคาดเดา แต่เป็นสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในเร็ว ๆ นี้ เมื่อบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลกอย่าง ควอลคอมม์ ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังบรรดาลูกค้าของตัวเองแล้วว่า เตรียมตัวรับมือกับการปรับขึ้นราคาครั้งใหญ่ได้เลย

เหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนโดมิโนตัวแรกที่กำลังจะล้มลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าไอทีหลายประเภทที่เราใช้งานกันอยู่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่เราเห็นกันในท้องตลาด เพราะชิปประมวลผลเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของตัวเครื่อง หากต้นทุนส่วนนี้ขยับสูงขึ้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ราคาเครื่องที่เราซื้อกันจะแพงขึ้นตามไปด้วย

ต้นทุนที่แบกไม่ไหว

การปรับราคาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะทาง ควอลคอมม์ ระบุชัดเจนว่าจะขึ้นราคาเป็นตัวเลขสองหลัก หรือพูดง่าย ๆ คือขึ้นเกินสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป โดยจะมีผลบังคับใช้กับสินค้าทุกรายการที่จะมีการจัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็วมากสำหรับวงการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ทางบริษัทได้ชี้แจงเหตุผลที่ต้องตัดสินใจเช่นนี้ว่า พวกเขาได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วในการแบกรับภาระต้นทุนจากซัพพลายเออร์ หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นทาง ที่พากันปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ในที่สุดก็ถึงขีดจำกัดที่ทางบริษัทไม่สามารถรับมือไหวอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนส่วนนี้ไปให้กับลูกค้าปลายทางแทน

เบื้องหลังความขาดแคลน

สาเหตุหลักที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายขนาดนี้ คือปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนประกอบที่ยังคงยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ก่อนที่จะตัดสินใจประกาศขึ้นราคาในครั้งนี้ ทาง ควอลคอมม์ ก็ได้พยายามหาทางออกอื่น ๆ แล้ว เช่น การติดต่อหาแหล่งผลิตชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์รายอื่น เพื่อหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนหรือประคองราคาเดิมไว้ได้ แต่ดูเหมือนความพยายามเหล่านั้นจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างเรา เพราะชิปของ ควอลคอมม์ นั้นเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนอุปกรณ์แทบทุกอย่าง ตั้งแต่สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นเรือธงราคาแพง เมื่อต้นทุนชิปแพงขึ้น ผู้ผลิตมือถือค่ายต่าง ๆ ก็อาจต้องปรับราคาสินค้าของตัวเองตามไปด้วย หรืออย่างน้อยที่สุดก็อาจจะเห็นการลดทอนสเปกบางอย่างลงเพื่อให้สามารถทำราคาขายให้ใกล้เคียงกับเดิมได้ คุณคิดว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้จะทำให้เราชะลอการเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่นานขึ้นกว่าเดิมไหมครับ