เวลาที่เราต้องออกไปทำธุระข้างนอกในช่วงที่แดดเมืองไทยกำลังแผดเผา สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นพัดลมพกพาตัวจิ๋วที่ช่วยให้พอมีลมผ่านหน้าผ่านตาบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าพัดลมพกพาในท้องตลาดมีให้เลือกเยอะจนตาลาย บางตัวลมเบาหวิวเหมือนไม่ได้เปิด บางตัวแบตเตอรี่หมดไวอย่างกับโกหก จนบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันช่วยให้เย็นขึ้นจริงหรือแค่มีไว้ให้รู้สึกอุ่นใจเฉยๆ
การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการนำพัดลมพกพาหลายรูปแบบ ทั้งแบบถือ แบบคล้องคอ และแบบพ่นละอองน้ำ ไปลุยทดสอบจริงท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เพื่อหาคำตอบว่าอุปกรณ์ตัวไหนกันแน่ที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการสู้กับความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละวัน
สารพัดแบบที่น่าสนใจ
จากการทดลองใช้งานจริงพบว่าพัดลมพกพาแต่ละประเภทมีจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันชัดเจน กลุ่มพัดลมแบบถือเป็นกลุ่มที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ความแรงของลมที่มักจะทำได้ดีกว่าแบบอื่นๆ เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับติดตั้งมอเตอร์และใบพัดที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเครื่องประเภทอื่นเล็กน้อย
ในขณะที่พัดลมแบบคล้องคอหรือแบบสวมใส่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอบโจทย์คนที่ต้องการความคล่องตัวสูง ไม่ต้องใช้มือถือให้เมื่อย เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องเดินไปมาหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการให้มือว่างไว้ทำอย่างอื่นตลอดเวลา
ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้จริง
นอกจากพัดลมแบบเป่าลมปกติแล้ว ยังมีการทดสอบกลุ่มพัดลมแบบพ่นละอองน้ำ ซึ่งถือเป็นไม้ตายสำหรับวันที่อากาศร้อนจัด เพราะการผสมผสานระหว่างลมที่พัดผ่านและละอองน้ำที่กระจายออกมาจะช่วยลดอุณหภูมิรอบตัวได้ดีกว่าการใช้ลมเปล่าๆ เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือความยุ่งยากในการเติมน้ำและการดูแลรักษาความสะอาดของถังเก็บน้ำภายในเครื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่ได้รับ
เบื้องหลังการทำงานที่ต้องรู้
หัวใจสำคัญของพัดลมพกพาเหล่านี้อยู่ที่ความสมดุลระหว่างขนาดของมอเตอร์และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ พัดลมที่ให้ลมแรงมักจะกินไฟมากกว่าและมีน้ำหนักเครื่องที่มากกว่าตามไปด้วย ทำให้การเลือกซื้อไม่ใช่แค่การดูว่าลมแรงแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่าสามารถใช้งานได้นานพอตลอดทั้งวันที่เราออกไปข้างนอกหรือไม่
การออกแบบใบพัดและช่องทางลมยังส่งผลต่อเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งาน ซึ่งพัดลมรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันเริ่มมีการปรับจูนให้เสียงเงียบลงมากแม้จะเปิดในระดับความแรงสูงสุด เพื่อให้เราสามารถใช้งานในที่สาธารณะหรือในออฟฟิศได้โดยไม่รบกวนคนรอบข้าง
หากให้เลือกระหว่างความแรงของลมที่สะใจกับการพกพาที่สะดวกสบาย คุณคิดว่าคุณจะยอมแลกความเย็นระดับไหนเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางของคุณมากที่สุด
ที่มา: WIRED