เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือการที่อุปกรณ์สวมใส่บนข้อมือคอยแต่จะแจ้งเตือนหรือเด้งข้อความขึ้นมาให้เราต้องก้มมองอยู่ตลอดเวลา จนบางทีก็ลืมไปว่าเป้าหมายหลักที่เราใส่มันคือการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้สายตาและสมองของเราในแต่ละวัน
ล่าสุดมีกระแสใหม่ในวงการอุปกรณ์สวมใส่ที่กำลังน่าสนใจมาก นั่นคือการเปลี่ยนมาใช้แกดเจ็ตแบบไร้หน้าจอ ซึ่งกำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากได้ข้อมูลสุขภาพแบบเน้น ๆ โดยไม่ต้องมีสิ่งรบกวนใจมากวนประสาทในระหว่างวัน
สัมผัสประสบการณ์ไร้หน้าจอ
ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีการทดลองใช้ชีวิตร่วมกับอุปกรณ์สวมใส่แบบไร้หน้าจออย่างจริงจัง โดยเลือกใช้ทั้ง ฟิตบิท แอร์ และ การ์มิน เซอร์กา ที่สวมไว้บนข้อมือขวา รวมถึงแหวนอัจฉริยะ โอร่า ริง รุ่นที่ 5 ที่นิ้วชี้ และตัววัดระดับน้ำตาลในเลือด เดกซ์คอม จี 7 ที่ติดไว้ที่แขนขวา
นอกจากนี้หากต้องใช้แว่นตาอัจฉริยะ ก็เลือกใช้รุ่นที่ไม่มีหน้าจอแสดงผลของ เมตา เพื่อให้แน่ใจว่าตลอดทั้งวันจะไม่มีการแจ้งเตือนหรือกราฟิกใด ๆ มาขัดจังหวะการทำกิจกรรมหรือการพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย
ข้อมูลมหาศาลที่ได้จากการใช้งาน
การทดลองนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอุปกรณ์ แต่เป็นการท้าทายว่าเราจะจัดการกับข้อมูลมหาศาลที่อุปกรณ์เหล่านี้ผลิตออกมาได้อย่างไร โดยที่ตัวเราเองไม่ต้องคอยก้มมองตัวเลขบนหน้าจออยู่ตลอดเวลา
ปริมาณข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์เหล่านี้ถือว่ามหาศาลมาก เพราะแต่ละตัวทำหน้าที่เก็บข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดแตกต่างกันไป ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การนอน ไปจนถึงระดับน้ำตาลในเลือดแบบเรียลไทม์
ทำไมเทรนด์นี้ถึงกำลังมาแรง
เบื้องหลังความนิยมของอุปกรณ์กลุ่มนี้คือความต้องการความเรียบง่ายที่แท้จริง ผู้คนเริ่มมองหาเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเสริมชีวิตโดยไม่เรียกร้องความสนใจจากเรามากเกินไป ซึ่งการไม่มีหน้าจอแสดงผลทำให้เราลดพฤติกรรมก้มมองข้อมือลงไปได้มาก
การออกแบบที่เน้นความมินิมอลหรือความเรียบง่ายแบบนี้ ไม่ได้ลดทอนความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพลงเลย แต่กลับทำให้ผู้ใช้งานสามารถโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพร่างกายจริง ๆ มากกว่าการมานั่งไล่ดูตัวเลขทีละบรรทัดบนหน้าจอขนาดเล็ก
ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาไปไกลขนาดนี้ คุณคิดว่าอุปกรณ์สวมใส่ในอนาคตควรจะตัดหน้าจอทิ้งไปเลย หรือคุณยังจำเป็นต้องเห็นตัวเลขแบบเรียลไทม์บนข้อมืออยู่ครับ
ที่มา: The Verge