เวลาที่เราพูดถึงนาฬิกาอัจฉริยะบนข้อมือ หลายคนคงนึกถึงอุปกรณ์ที่คอยแจ้งเตือนเรื่องงาน ข้อความเข้า หรือแม้แต่การรับสายโทรศัพท์แบบลอยตัวในขณะที่เรากำลังยุ่งอยู่กับการกินอาหารกลางวัน แต่พอพูดถึงฟีเจอร์ไฟฉาย หลายคนมักจะเผลอทำหน้าสงสัยหรือหัวเราะเยาะเพราะคิดว่ามันไร้สาระเกินกว่าจะเอามาใช้งานจริง
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไฟฉายบนข้อมือ
หลายคนคิดว่าการใช้หน้าจอสีขาวเร่งความสว่างให้สูงสุดบนนาฬิกาอัจฉริยะนั้นช่วยอะไรไม่ได้เลยในการหาของชิ้นเล็กๆ ที่หล่นหาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันสามารถช่วยให้เราหาเม็ดยาที่ตกลงไปซ่อนอยู่ลึกใต้พรมหนาบริเวณข้างเตียงนอนได้อย่างสบายๆ โดยที่เราไม่ต้องเดินไปรื้อหาไฟฉายกระบอกจริงในลิ้นชักห้องครัวเลยสักนิด
ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีแค่บนนาฬิกาเฉพาะกลุ่มอย่างการ์มินที่มีหลอดไฟแอลอีดีแยกต่างหากเท่านั้น แต่นาฬิกาทั่วไปในตลาดอย่างแอปเปิ้ลวอช กูเกิลพิกเซลวอช หรือซัมซุงกาแลกซี่วอช ก็มีฟีเจอร์ไฟฉายแบบนี้เหมือนกันทั้งหมด แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการปรับหน้าจอให้เป็นสีขาวและเร่งแสงให้สว่างสุดๆ จนหลายคนชอบแซวว่าเป็นแค่ลูกเล่นขำๆ แต่ความจริงคือมันให้แสงสว่างที่เพียงพอสำหรับการใช้งานยามฉุ่กเฉิน
ข้อได้เปรียบที่มือถือให้คุณไม่ได้
หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงไม่ใช้ไฟฉายจากกล้องมือถือที่มีความสว่างมากกว่า เหตุผลสำคัญก็คือมือถือไม่ได้ถูกรัดติดอยู่กับข้อมือของเราตลอดเวลา หนึ่งในเหตุผลหลักที่เราซื้อนาฬิกาอัจฉริยะมาใช้ก็เพื่อให้เราสามารถวางโทรศัพท์พักไว้ที่อื่นได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดข้อความสำคัญ ดังนั้น เมื่อมือถือของเรากำลังเสียบชาร์จแบตเตอรี่อยู่คนละห้อง แล้วเราต้องการแสงสว่างขึ้นมาฉับพลัน นาฬิกาบนข้อมือจึงกลายเป็นคำตอบที่ใกล้ตัวที่สุด
อีกหนึ่งข้อจำกัดของมือถือคือมันเป็นอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักพอสมควร เกะกะ และต้องใช้มือถือเอาไว้ตลอดเวลา หากเราต้องการแสงสว่างในขณะที่ต้องใช้มือทั้งสองข้างทำกิจกรรมต่างๆ เราจะต้องคอยเอาโทรศัพท์ไปพิงกับสิ่งของรอบตัวอย่างทุลักทุเล ซึ่งต่างจากการใช้ไฟฉายบนนาฬิกาอัจฉริยะที่เราสามารถส่องไฟได้อย่างอิสระ หรือแม้แต่การใส่นาฬิกาไว้ที่ฝ่ามือเพื่อส่องทางในแบบที่เรียกว่าโหมดไอรอนแมนได้ทันที
ประโยชน์ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน
เมื่อลองทดสอบเปิดแสงไฟจากหน้าจอนาฬิกาซัมซุงกาแลกซี่วอชในห้องน้ำที่ปิดไฟ ผลลัพธ์ที่ได้คือมันให้แสงสว่างที่เพียงพอในระดับหนึ่งสำหรับการมองหาของใช้ แม้มันจะไม่สว่างจ้าเท่ากับดวงอาทิตย์แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานจริงโดยไม่ต้องเดินไปเปิดไฟบ้านให้วุ่นวาย
ในเมื่ออุปกรณ์ที่เราสวมติดตัวอยู่ตลอดเวลาชิ้นนี้มีฟีเจอร์ที่พร้อมอำนวยความสะดวกในยามมืดค่ำขนาดนี้แล้ว ทำไมคุณถึงยังลังเลที่จะหยิบมันมาใช้งานเมื่อยามจำเป็นล่ะ
ที่มา: Engadget - Technology News & Expert Reviews