ช่วงปลายเดือนนี้ใครที่ใช้ นาฬิกาอัจฉริยะ จากค่ายผลไม้เตรียมตัวเจอเซอร์ไพรส์กันได้เลย เพราะระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่กำลังจะปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดกันแล้ว และมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การทำงานหลายอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การอัปเกรดครั้งนี้จะมีการถอดฟีเจอร์เดิมออกไปสามอย่างด้วยกัน ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีและอาจจะรู้สึกคิดถึงหลังจากอัปเดตเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แอปพลิเคชันสื่อสารเสียงพูดคุยแบบทันทีถูกถอดออก

ฟีเจอร์แรกที่ถูกถอดออกไปก็คือระบบสื่อสารด้วยเสียงพูดคุยแบบทันที ที่ทำงานเฉพาะระหว่างนาฬิกาด้วยกันเท่านั้น ตัวแอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เหมือนวิทยุสื่อสารที่ช่วยให้ส่งเสียงหากันได้ทันที โดยส่วนตัวแล้วมองว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้ใช้งานบ่อยเท่าไหร่ เพราะการเปิดทิ้งไว้จะมีไอคอนรูปสีเหลืองโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอหลักตลอดเวลา แต่สำหรับคนที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันคงจะรู้สึกเหงาหูไปตาม ๆ กันเมื่อมันหายไป

ในมุมมองของการใช้งานจริง คิดว่าแอปพลิเคชันจากภายนอกคงไม่สามารถทำหน้าที่แทนสิ่งที่เคยมีมาได้แบบเป๊ะ ๆ หากทำเวอร์ชันที่ใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและบนนาฬิกาพร้อมกัน น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ในเมื่อมันถูกถอดออกไปแล้วก็ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงและหาทางเลือกอื่นในการติดต่อสื่อสารแทนในอนาคต

ปุ่มข้างตัวเครื่องสูญเสียท่าทางคำสั่งด่วน

รายการที่สองที่โดนปรับเปลี่ยนคือท่าทางกดปุ่มเม็ดมะยมสองครั้งติดกัน ซึ่งเดิมทีเคยใช้สลับหน้าจอการทำงานหลายอย่างไปมาได้อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้พอกดสองครั้งมันดันไปทำหน้าที่เหมือนกับการกดแค่ครั้งเดียวเสียอย่างนั้น ทำให้ความคล่องตัวในการกระโดดข้ามไปมาระหว่างโปรแกรมสองตัวหายวับไปกับตา

เรายังไม่รู้ว่าทางค่ายจะมีแนวทางอย่างไรต่อกับคำสั่งกดสองครั้งในอนาคต แต่การมีทางลัดให้กดสลับไปมาระหว่างโปรแกรมกับหน้าจอหลักได้รวดเร็วนั้นมีประโยชน์มากจริง ๆ การไม่มีทางลัดแบบนี้ทำให้การใช้งานดูจำกัดไปถนัดตา เพราะตัวเครื่องมีปุ่มจำกัดอยู่แล้ว การซ่อนฟังก์ชันไว้ที่การกดปุ่มจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนชอบความไว

เปลี่ยนโฉมหน้าตาการเรียกใช้งานโปรแกรมทั้งหมด

เรื่องสุดท้ายที่เปลี่ยนไปคือผลลัพธ์จากการกดปุ่มเม็ดมะยมเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับระบบปฏิบัติการนี้มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ตั้งแต่อดีตมาการกดปุ่มนี้จะเรียกหน้าจอรวมโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาให้เลือกใช้งานทันที แม้จะเคยมีการปรับเปลี่ยนหน้าตามาบ้างเล็กน้อย แต่หัวใจหลักยังคงเป็นการแสดงผลตารางโปรแกรมแบบเดิม

การอัปเดตใหม่นี้ได้เปลี่ยนมาใช้หน้าจอรวมโปรแกรมแบบไดนามิกแทน โดยจะแสดงโปรแกรมแนะนำที่ฉลาดขึ้นห้าโปรแกรม พร้อมกับแอปพลิเคชันผู้ช่วยอัจฉริยะและไอคอนสำหรับเปิดหน้าจอรวมโปรแกรมทั้งหมด ผู้ใช้งานสามารถแตะที่ไอคอนหรือหมุนปุ่มเพื่อดูรายชื่อโปรแกรมทั้งหมดได้เช่นเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้เป้าหมายในการแตะมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีไอคอนน้อยลง ทำให้ไม่ต้องกวาดสายตาหาโปรแกรมนานนัก

บทสรุปความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัว

เข้าใจได้ว่าโปรแกรมทั่วไปอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนนิยมใช้งานบนข้อมือกันมากนัก การแสดงผลแบบใหม่จึงเน้นความสะดวกในการเข้าถึงและดันผู้ช่วยอัจฉริยะขึ้นมาแสดงผลให้เห็นชัดเจน ซึ่งเป็นแนวทางหลักของระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้ในภาพรวมทั้งหมด หากเลือกได้ก็คงอยากจะปิดการแสดงผลแบบใหม่นี้เช่นกัน เพราะถึงจะเป็นค่าเริ่มต้นที่ดีแต่ก็ยังรู้สึกเกะกะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงไม่ว่ารูปแบบไหนก็มักจะต้องใช้เวลาปรับตัวเสมอจนกว่าจะชินมือ สำหรับการใช้งานจริงมาตั้งแต่ช่วงทดสอบระบบ มองว่าการสูญเสียระบบสื่อสารเสียงพูดคุยไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร การหายไปของปุ่มลัดสลับหน้าจอน่าจะเป็นแค่เรื่องชั่วคราว และหน้าจอรวมโปรแกรมแบบใหม่ก็ถือเป็นค่าเริ่มต้นที่ใช้งานได้ดี เพียงแต่อาจจะเกะกะสำหรับคนรักความไวเท่านั้นเอง คุณคิดว่าฟีเจอร์ไหนในสามอย่างนี้ที่จะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดมากที่สุดหลังจากอัปเดตระบบเสร็จแล้ว