เวลาเราพูดถึงคอมพิวเตอร์เล่นเกมสำเร็จรูปจากแบรนด์ใหญ่ ๆ หลายคนมักจะติดภาพเคสทรงเดิม ๆ หรือการกั๊กสเปกบางอย่างเอาไว้ แต่พักหลังมานี้ผู้ผลิตหลายรายเริ่มหันมาเอาใจสายจัดเต็มกันมากขึ้น ล่าสุดค่าย HP ในแบรนด์ HyperX ได้ส่งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ HyperX Omen 35L ที่ขนเอาฮาร์ดแวร์ระดับท็อปมารวมไว้ในเคสขนาดกลางที่ออกแบบมาสวยงามและลงตัวสุด ๆ

ตัวที่เราได้มารีวิวในครั้งนี้จัดเป็นสเปกตัวท็อปสุดของไลน์อัป โดยหัวใจหลักขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 9 9950X3D จับคู่กับการ์ดจอ Nvidia GeForce RTX 5080 พร้อมแรม DDR5 ขนาดใหญ่ถึง 64GB เรียกได้ว่าใส่มาให้แบบไม่ต้องเผื่ออัปเกรดในระยะเวลาอันใกล้นี้เลยทีเดียว

สเปกและงานประกอบสไตล์ทูโทนสุดหรู

รูปลักษณ์ภายนอกของ HyperX Omen 35L มาในเคสสีขาวตัดดำขนาดกลาง หรือทรงมิดทาวเวอร์ มีมิติตัวเครื่องอยู่ที่กว้าง 210 มม. ลึก 408 มม. และสูง 410 มม. งานประกอบใช้วัสดุโลหะที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทาน ร่วมกับฝาข้างกระจกเทมเปอร์กลาสที่เปิดให้เห็นอุปกรณ์ภายในอย่างชัดเจน ด้านหน้าตัวเครื่องมีพัดลมไฟ RGB ส่องสว่างทะลุตะแกรงออกมา เพิ่มความสวยงามทันสมัยสไตล์เกมมิ่งยุคใหม่

ความโดดเด่นภายในเคสคือการใช้โทนสีตัดกันอย่างมีรสนิยม เมนบอร์ด HP AMD B850 การ์ดจอ และพาวเวอร์ซัพพลายถูกจัดวางในโทนสีดำสนิทตัดกับพื้นหลังเคสสีขาวสะอาดตา นอกจากนี้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบท่อสีขาวขนาด 240 มม. ยังมาพร้อมหน้าจอ LCD บนชุดบล็อก CPU ที่สามารถแสดงอุณหภูมิของ CPU และ GPU ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้มอนิเตอร์ความร้อนระหว่างเล่นเกมได้อย่างสะดวก

ในส่วนของขุมพลังและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Omen 35L สเปกนี้มาพร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ HyperX DDR5-6000 ขนาด 64GB (ขนาด 32GB จำนวน 2 แถว) พร้อมไฟ RGB ในตัว ด้านการจัดเก็บข้อมูลใส่ SSD แบบ PCIe 5.0 ขนาด 1TB มาให้ถึง 2 ตัว (ไม่ได้ต่อ RAID) จ่ายไฟด้วยพาวเวอร์ซัพพลายขนาด 1,000 W แบบถอดสายได้ทั้งหมด (Fully Modular) ซึ่งหาได้ยากในคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปจากแบรนด์ใหญ่ และรันบนระบบปฏิบัติการ Windows 11 Pro

การเชื่อมต่อและการอัปเกรดในอนาคต

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อบริเวณด้านบนของเคสออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกหากวางเครื่องไว้บนพื้น โดยมีพอร์ต USB-C ความเร็ว 10 Gbps จำนวน 1 ช่อง พอร์ต USB-A ความเร็ว 5 Gbps จำนวน 2 ช่อง และช่องเสียบหูฟังพร้อมไมโครโฟนขนาด 3.5 มม. ส่วนด้านหลังเครื่องจัดเต็มด้วย USB-C ความเร็ว 10 Gbps จำนวน 2 ช่อง USB-A ความเร็ว 5 Gbps จำนวน 2 ช่อง USB 2.0 อีก 4 ช่อง พอร์ต DisplayPort 1.4 ช่องเชื่อมต่อสายแลน Ethernet และพอร์ตเสียงครบครัน

อย่างไรก็ตาม จุดน่าเสียดายสำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงระดับนี้ คือการที่ไม่ได้ใส่พอร์ต USB4 หรือ Thunderbolt 4 มาให้เลย แต่ทดแทนด้วยการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6.0 ผ่านการ์ด Realtek 8922AE โดยเสาอากาศถูกซ่อนไว้ภายในเคสทำให้ไม่มีเสาโผล่ออกมาเกะกะสายตา นอกจากนี้ HP ยังใส่ปุ่ม Clear CMOS มาให้ที่ด้านหลังเครื่อง ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์แปลกใหม่ที่น่าประทับใจสำหรับคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปทั่วไป

สำหรับการอัปเกรด Omen 35L ใช้เคสมาตรฐานที่ไม่ใช้อะไหล่เฉพาะทาง (Proprietary) ทำให้สามารถถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ง่าย ฝาข้างล็อกด้วยน็อตหมุนด้วยมือ (Thumbscrews) เมนบอร์ดทรง mATX มีสล็อต DDR5 ให้ 4 ช่อง มีสล็อต M.2 2280 ให้ 2 ช่อง โดยช่องหลักมีฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ครอบไว้เหนือการ์ดจอ RTX 5080 ส่วนการเข้าถึงสล็อต M.2 ช่องที่สองจะต้องถอดการ์ดจอที่ยึดน็อตไว้ 5 ตัวออกก่อน การจัดสายไฟภายในทำได้เป็นระเบียบเรียบร้อย แม้จะไม่ได้ใช้สายถักก็ตาม

ประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับ 4K

เมื่อนำ Omen 35L ที่พกพากำลังจาก Ryzen 9 9950X3D และ RTX 5080 มาทดสอบเล่นเกมจริง เริ่มต้นด้วยเกม 007 First Light บนความละเอียดระดับ 4K (3840 x 2160 พิกเซล) ตั้งค่ากราฟิกสูงสุด Omen 35L สามารถทำเฟรมเรตได้สูงถึง 120 fps ในฉากอินดอร์ และรักษาความลื่นไหลในระดับกลาง 90 fps ในฉากที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องเปิดใช้ระบบ DLSS ช่วยเลยแม้แต่น้อย ตัวเกมรันได้อย่างสมูทไร้การกระตุก

เมื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบกับเครื่องอื่น ๆ เช่น Alienware Area-51 ที่ใช้ขุมพลัง Ryzen 9950X3D ร่วมกับการ์ดจอ RTX 5090 (ราคาตอนทดสอบ 5,749.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 201,000 บาท และปรับขึ้นเป็น 8,899.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 311,000 บาท) และ Maingear MG-1 สเปก RTX 5090 (ราคาตอนทดสอบ 7,067 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 247,000 บาท และปรับขึ้นเป็น 9,076 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 317,000 บาท) รวมถึง Corsair Vengeance a7500 สเปก Ryzen 7 9800X3D คู่ RTX 5070 Ti (ราคาตอนทดสอบ 2,799.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 98,000 บาท) พบว่า Omen 35L วางตำแหน่งประสิทธิภาพได้สมน้ำสมเนื้อกับการ์ดจอ RTX 5080

ในการทดสอบความละเอียด 1080p เกม Shadow of the Tomb Raider ตั้งค่า Highest ตัวเครื่อง Omen 35L ปั๊มเฟรมเรตได้สูงถึง 300 fps แซงหน้า Alienware ที่ทำได้ 248 fps แต่ยังตามหลัง Maingear ที่ทำได้ 355 fps ขณะที่เกม Far Cry 6 บนความละเอียด 1080p ตั้งค่า Ultra ตัว Omen 35L ทำได้ 141 fps ซึ่ง Corsair สเปก RTX 5070 Ti ทำได้ 197 fps แต่เมื่อปรับมาเป็นความละเอียดระดับ 4K ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของคอมพิวเตอร์ระดับนี้ Omen 35L แสดงผลงานได้น่าประทับใจอย่างมาก

สำหรับการเล่นเกมระดับ 4K เกม Red Dead Redemption 2 ตั้งค่า Medium ตัว Omen 35L ทำเฟรมเรตได้ 83 fps ตามหลังกลุ่ม RTX 5090 อย่าง Alienware (122 fps) และ Maingear (121 fps) ส่วนเกม Borderlands 3 ตั้งค่า Badass ทำได้ 115 fps เกม Far Cry 6 ทำได้ 118 fps ใกล้เคียงกับ Alienware (128 fps) ขณะที่ Cyberpunk 2077 เปิด Ray Tracing Ultra ตัว Omen 35L ทำได้ 36 fps ซึ่งสูงกว่า Corsair สเปก RTX 5070 Ti ที่ทำได้ 29 fps แต่ยังเป็นรองกลุ่ม RTX 5090 ที่ทำได้ 55 fps ชี้ให้เห็นว่า RTX 5080 รับมือการเล่นเกมระดับ 4K ได้ดีเยี่ยมสมราคา

ความคุ้มค่าและบทสรุปในงบสองแสนบาท

เมื่อผ่านการทดสอบความเค้น (Stress Test) ด้วยการรันเบนช์มาร์กเกม Metro Exodus บนโหมด RTX ต่อเนื่อง 15 รอบ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง Omen 35L ก็สามารถรักษาเสถียรภาพการทำงานและจัดการความร้อนได้ดี ตัวเครื่องทำงานได้เรียบเนียนโดยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสะสมจนทำให้ประสิทธิภาพตก

ด้วยราคาวางจำหน่ายในสเปกที่เราทดสอบสูงถึง 6,210.98 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 217,000 บาท) HyperX Omen 35L จึงไม่ใช่คอมพิวเตอร์สำหรับทุกคน แต่เป็นตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณสูงและต้องการเครื่องที่ประกอบสำเร็จ สวยงามด้วยดีไซน์ทูโทนขาวดำ มีไฟ RGB และระบบระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมหน้าจอ LCD ในตัว รวมถึงใช้อะไหล่มาตรฐานที่เปิดโอกาสให้อัปเกรดชิ้นส่วนต่าง ๆ ในอนาคตได้เองอย่างอิสระ แล้วคุณคิดว่าด้วยงบประมาณระดับสองแสนบาท คอมพิวเตอร์ประกอบสำเร็จรูปที่ได้ทั้ง Ryzen 9 9950X3D และ RTX 5080 ในดีไซน์สุดหรูนี้ ตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากกว่าการเลือกจัดสเปกประกอบคอมพิวเตอร์เองหรือไม่?