เวลาที่เราพูดถึงการแต่งคอมเพื่อรีดความเร็วกราฟิกการ์ดให้สูงขึ้นกว่าสเปกเดิมจากโรงงาน หลายคนคงนึกถึงการปรับแต่งค่าต่าง ๆ เพื่อให้เล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น แต่ล่าสุดมีเรื่องราวน่าสนใจในวงการฮาร์ดแวร์ เมื่อการ์ดจอโมเดลยอดฮิตสามารถทำสถิติความเร็วทะลุขีดจำกัดไปได้ไกลโขเลยทีเดียว

เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากสมาชิกฟอรัมสายฮาร์ดแวร์ชื่อดังอย่าง ShrimpBrime ได้ลงมือสร้างเครื่องมือปรับแต่งความเร็วหรือโอเวอร์คล็อกขึ้นมาเองสำหรับใช้กับการ์ดจอ AMD โดยเฉพาะ โดยมีชื่อเครื่องมือว่า R-Team OC และ GPU Frequency Generator เพื่อทดลองรีดพลังฮาร์ดแวร์ดูว่าชิปกราฟิกตระกูลนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในยามที่ไม่มีการปรับแต่งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

เจาะลึกเบื้องหลังการดันความเร็วทะลุ 3.9 GHz

การทดลองครั้งนี้ใช้การ์ดจอ XFX Radeon RX 9070 GRE Swift แบบเดิม ๆ จากโรงงาน โดยไม่มีการแกะแก้ตัว BIOS หรือที่เรียกว่า VBIOS ไม่ได้ใช้ระบบระบายความร้อนพิเศษแบบฮาร์ดคอร์ และไม่ได้ดัดแปลงชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ใด ๆ ทั้งสิ้น ความพีคคือตัวการ์ดสามารถทรงตัวที่ความเร็วระดับนั้นได้อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ไดรเวอร์การ์ดจอจะรับไม่ไหวแล้วตัดการทำงานไปหลังจากแคปหน้าจอเสร็จพอดี

ความลับของการทำความเร็วระดับนี้ไม่ได้มาจากการเปิดเกมสามมิติกราฟิกโหด ๆ ทั่วไป แต่เป็นการใช้โปรแกรมจำลองที่เขียนขึ้นมาเองด้วยชุดคำสั่ง DirectX 9 โดยให้ตัวการ์ดย้อมฉากสามมิติแบบง่าย ๆ ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมจำนวน 2,048 รูปต่อหนึ่งคำสั่งการเรนเดอร์ และสั่งเรนเดอร์แบบนี้ซ้ำ ๆ 2,048 ครั้งต่อหนึ่งเฟรม รวมเป็นสามเหลี่ยมทั้งหมดราว 4,000,000 รูป ซึ่งถือว่าเป็นงานเบייהมาก ๆ สำหรับการ์ดจอยุคนี้ แต่พียงพอที่จะช่วยพยุงให้ตัวเลขความเร็วค้างอยู่ในระดับสูงได้

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนคิดว่าจะเอาไปใช้จริง

ทางผู้พัฒนาออกมายอมรับตรง ๆ เลยว่า ตัวเลขความเร็วระดับ 3.9 GHz ที่เห็นนี้ไม่ใช่แค่กราฟพุ่งขึ้นไปชั่วพริบตาแล้วตก แต่เป็นความเร็วที่ถูกรักษาไว้ได้จริงภายใต้ภาระงานเบา ๆ แบบนี้ และยังสามารถทำซ้ำได้เรื่อย ๆ รวมถึงเวลาใช้ฟังก์ชันควบคุมการโอเวอร์คล็อกของตัวซอฟต์แวร์จาก AMD เองด้วย โดยมีการเช็กตัวเลขผ่านโปรแกรมตรวจเช็กฮาร์ดแวร์ชื่อดังหลายตัวเพื่อความแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการทดลองทางเทคนิคเพื่อดูว่าสถาปัตยกรรมชิปกราฟิก RDNA 4 จะถูกผลักดันให้ไปได้ไกลแค่ไหนเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าจะเอาความเร็วนิดนี้ไปใช้เล่นเกมจริง ๆ ได้ เพราะหน้างานจริงที่ต้องเจอภาพกราฟิกหนัก ๆ ตัวการ์ดก็จะปรับความเร็วลงมาตามความร้อนและข้อจำกัดด้านพลังงานปกติ ถือเป็นการโชว์ของจากเหล่านักม็อดฮาร์ดแวร์ที่ทำให้เราเห็นศักยภาพซ่อนเร้นของการ์ดจอค่ายแดงในอีกมุมหนึ่ง

ถ้าการ์ดจอในมือของคุณสามารถดันความเร็วเพิ่มขึ้นได้อีกนิดหน่อย แลกกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นมา คุณคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงทำหรือไม่