เวลาพูดถึงชื่อ TCL หลายคนคงนึกถึงทีวีเครื่องใหญ่ราคาประหยัดตามห้างสรรพสินค้า แต่ในฝั่งฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เกมมิ่ง แบรนด์นี้เริ่มหันมาลุยตลาดจอมอนิเตอร์อย่างจริงจังแล้ว และสิ่งที่น่าสนใจคือการเน้นพัฒนาเทคโนโลยี Mini LED ในขณะที่คู่แข่งหลายรายเทใจไปหา OLED กันหมด
การเลือกเดินเกมด้วย Mini LED ทำให้ได้ข้อได้เปรียบเรื่องความสว่างแบบที่หน้าจอประเภทอื่นสู้ได้ยาก โดยเฉพาะรุ่น TCL 27C2A Pro จอเกมมิ่งขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K ที่เปิดตัวในราคา 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,000 บาท) แต่ให้ความสว่างในโหมด HDR พุ่งสูงถึง 2,000 nits พร้อมฟีเจอร์เด็ดอีกเพียบ
สเปกและประสิทธิภาพความสว่างระดับท็อป
หน้าจอ TCL 27C2A Pro มาพร้อมพาเนลแบบ Quantum Dot IPS ที่ทางแบรนด์เรียกว่า HFS Shoot ทำงานร่วมกับระบบไฟส่องหลังแบบ FALD หรือ Full-Array Local Dimming ที่มีโซนคุมแสงมากถึง 2,304 โซน ช่วยให้การแสดงผลคอนทราสต์หรือความต่างระหว่างส่วนมืดและส่วนสว่างทำได้อย่างเด็ดขาด ไร้ปัญหาแสงฟุ้งรอบวัตถุหรืออาการ Halo Effect ที่มักพบในจอ Mini LED รุ่นที่มีโซนคุมแสงน้อยกว่า
ในเรื่องความละเอียดและรีเฟรชเรท TCL จัดฟีเจอร์สลับความละเอียดแบบ Dual-mode มาให้ โดยสามารถเลือกใช้งานแบบ 4K (3840x2160 พิกเซล) ที่ความหนาแน่นพิกเซล 163 ppi พร้อมรีเฟรชเรท 160 Hz หรือจะสลับไปใช้ความละเอียด FHD (1920x1080 พิกเซล) ที่ดันรีเฟรชเรทขึ้นไปได้สูงถึง 320 Hz ตอบโจทย์ทั้งสายเสพภาพสวยและสายเล่นเกมแข่งขันที่ต้องการความลื่นไหลระดับสูงสุด
ผลการทดสอบความสว่างจริงทำได้ตรงตามที่เคลมไว้ โดยในโหมด SDR ทำความสว่างทั่วหน้าจอได้เกือบ 650 nits ส่วนในโหมด HDR เมื่อเปิดการคุมแสงระดับสูงและวัดความสว่างพื้นที่ 25% สามารถดันได้เกือบ 1,700 nits และเมื่อเปิดโหมดนี้ค่าความดำจะมืดสนิทจนเครื่องมือวัดไม่สามารถจับค่าแสงเล็ดลอดได้เลย ด้านสีสันก็ครอบคลุมขอบเขตสี DCI-P3 มากกว่า 100% พร้อมการปรับตั้งค่าสีจากโรงงานที่แม่นยำสูงจนแทบไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม
ดีไซน์ การเชื่อมต่อ และจุดสังเกตที่ควรรู้
การออกแบบตัวจอมาในโทนสีทูโทน โดยด้านหน้าเป็นขอบสีดำสนิทเพื่อไม่ให้รบกวนสายตารอบด้าน ขอบจอบางเพียง 9 มิลลิเมตรทางด้านบนและด้านข้าง ส่วนด้านล่างหนา 15 มิลลิเมตร พร้อมโลโก้ TCL ขนาดเล็ก ด้านหลังตัวจอและขาตั้งทำจากพลาสติกสีขาว มีช่องระบายอากาศ และเพิ่มลูกเล่นไฟ LED ทรงวงเล็บขนาดใหญ่สองฝั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนแสงสีและเอฟเฟกต์ได้ตามต้องการ
พอร์ตการเชื่อมต่อด้านหลังให้มาครบครัน มีทั้ง DisplayPort 1.4 จำนวน 1 ช่อง, HDMI 2.1 จำนวน 2 ช่อง, USB-C ที่จ่ายไฟได้ถึง 90 วัตต์ 1 ช่อง, พอร์ต USB 3.0 สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วง, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และลำโพงในตัวขนาด 5 วัตต์ จำนวน 2 ตัว โดยการประกอบทำได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ และรองรับขายึด VESA ขนาด 100 มิลลิเมตร
ระบบประมวลผลภาพของจอรุ่นนี้ยังมีจุดเด่นตรงที่อนุญาตให้เปิดใช้งานฟังก์ชั่นแทบทั้งหมดพร้อมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น MPRT ลดความเบลอของภาพเคลื่อนไหว, เทคโนโลยี Adaptive-Sync (รองรับทั้ง FreeSync และ G-Sync Compatible) และการตั้งค่า Overdrive เพื่อการตอบสนองที่เร็วกว่า 0.2ms GTG ซึ่งจอมอนิเตอร์ส่วนใหญ่มักบังคับให้เลือกเปิดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
ภาพรวมและความคุ้มค่าในการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม จอรุ่นนี้ยังมีจุดให้ติอยู่บ้าง คือจุดยึดระหว่างขาตั้งกับแผงหน้าจอมีขนาดค่อนข้างเล็กและโคลงเคลง หากตั้งบนโต๊ะแล้วพิมพ์งานหนัก ๆ หรือสะบัดเมาส์เล่นเกมอย่างรุนแรง ตัวจออาจมีการสั่นไหวเล็กน้อย นอกจากนี้ตัวเมนู OSD เมื่อเปิดที่ความละเอียด 4K จะมีขนาดตัวอักษรเล็กมากจนอ่านยากหากไม่อยู่ใกล้หน้าจอ รวมถึงใช้อแดปเตอร์จ่ายไฟแบบแยกภายนอก
เมื่อมองภาพรวมในงบประมาณ 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,000 บาท) TCL 27C2A Pro ก็นับเป็นจอมอนิเตอร์สายฮาร์ดแวร์เกมมิ่งที่ให้ความคุ้มค่าด้านความสว่างและขอบเขตสีที่โดดเด่นมาก คุณคิดว่าความสว่างระดับ 2,000 nits กับระบบคุมแสง 2,304 โซนของ Mini LED ตัวนี้ จะดีพอที่จะทำให้คนยอมมองข้ามจอ OLED ในราคาใกล้เคียงกันได้ไหม?
ที่มา: Latest from Tom's Hardware