เวลาเราประกอบคอมพิวเตอร์และลงวินโดว์เสร็จ สิ่งแรกที่เซียนฮาร์ดแวร์มักจะบอกให้ทำคือการเข้าไปเปิดฟีเจอร์ Re-Size BAR ใน BIOS เพื่อให้ซีพียูสามารถเข้าถึงหน่วยความจำบนการ์ดจอได้เต็มความจุในครั้งเดียว จากเดิมที่เคยส่งข้อมูลได้ทีละนิดทีละหน่อยเหมือนทางด่วนที่โดนจำกัดเลนวิ่ง หลายคนเปิดปุ๊บก็เห็นผลทันทีว่าเกมยุคใหม่เล่นลื่นขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงินอัปเกรดฮาร์ดแวร์เพิ่มเลยสักบาทเดียว
ทำไมเปิดแล้วถึงแรงขึ้น
หลักการทำงานบ้าน ๆ ของฟีเจอร์นี้คือการพังกำแพงกั้นระหว่างซีพียูและหน่วยความจำการ์ดจอ ปกติแล้วเวลาประมวลผลกราฟิก ซีพียูจะมองเห็นแรมบนการ์ดจอได้ทีละส่วนขนาด 256 เมกะไบต์ ซึ่งทำให้เกิดคอขวดเวลาเจอฉากใหญ่ ๆ ที่ต้องโหลดข้อมูลมหาศาล พอเราเปิด Re-Size BAR หรือที่บางค่ายเรียกว่า Smart Access Memory ขอบเขตนี้จะถูกขยายออกไปจนซีพียูสั่งงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้เกมยุคใหม่ที่กินทรัพยากรสูงแสดงศักยภาพออกมาได้คุ้มค่าเงินที่เราจ่ายไปกับการ์ดจอตัวแพง
มุมมืดที่หลายคนไม่เคยรู้
แต่เหรียญมักจะมีสองด้านเสมอ เพราะไม่ใช่ทุกเกมบนโลกใบนี้ที่จะถูกออกแบบมาให้รองรับระบบการรับส่งข้อมูลล็อตใหญ่แบบนี้ โดยเฉพาะเกมเก่ารุ่นคลาสสิกที่พัฒนาขึ้นมาในช่วงหลายปีก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะเกิด เมื่อเกมพวกนี้พยายามเรียกใช้งานหน่วยความจำผ่านระบบ Re-Size BAR ที่ถูกบังคับเปิดไว้ ตัวเกมอาจจะเกิดอาการสับสนในการจัดสรรพื้นที่หน่วยความจำ จนทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด บางเกมอาจจะมีอาการกระตุกแบบหน่วง ๆ หรือหนักเข้าก็เด้งหลุดออกจากเกมดื้อ ๆ แบบไม่มีสาเหตุ
เกมเก่ากับปัญหาคอขวดใหม่
อาการเฟรมเรตตกในเกมเก่าเกิดจากการที่ตัวโค้ดเกมไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่ส่งตรงมาจากซีพียูแบบรวดเดียวจบ เมื่อไม่มีชุดคำสั่งรองรับ ตัวการ์ดจอจึงต้องทำงานหนักขึ้นในการจัดระเบียบข้อมูลเหล่านั้น ส่งผลให้เวลาเราเล่นเกมยุคเก่าบางเกม การปิดฟีเจอร์นี้ไปเลยอาจจะให้ประสบการณ์การเล่นที่ราบรื่นและเสถียรมากกว่าการเปิดทิ้งไว้เพื่อเอาตัวเลขความแรงบนหน้าจอ
เช็กให้ชัวร์ก่อนเปิดใช้งาน
ข่าวดีคือผู้ผลิตการ์ดจอและไดรเวอร์ในปัจจุบันเริ่มฉลาดขึ้น มีการทำรายชื่อเกมที่รองรับฟีเจอร์นี้ฝังมาในซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบเลือกเปิดหรือปิด Re-Size BAR แบบอัตโนมัติเฉพาะเกมที่เหมาะสม แต่สำหรับเกมอินดี้หรือเกมเก่าเก็บที่อยู่นอกเหนือสารระบบ หากเราพบว่าเล่นแล้วกระตุกผิดปกติ การสละเวลาลองปิดฟีเจอร์นี้ดูก็อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยชุบชีวิตเกมโปรดให้กลับมาลื่นไหลได้อีกครั้ง
วิธีรับมือเมื่อเจอเกมมีปัญหา
ถ้าใครเปิดใช้งานแล้วรู้สึกว่าเล่นเกมเก่าแล้วภาพกระตุก ไม่จำเป็นต้องไปปิดทิ้งตลอดเวลาใน BIOS ให้ลองใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการ์ดจอเพื่อสร้างโปรไฟล์เฉพาะเกม หรือใช้การอัปเดตไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ เพราะทีมพัฒนาเขาจะคอยออกแพตช์แก้ปัญหาความเข้ากันได้กับเกมรุ่นเก่า ๆ มาให้เรื่อย ๆ เพื่อความสมดุลในการใช้งานทุกรูปแบบ
สรุปความคุ้มค่าที่ต้องเลือก
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าเปิดทุกอย่างสุดแล้วจะดีที่สุดเสมอไป Re-Size BAR เป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเกมยุคปัจจุบัน แต่กับเกมเก่าบางเกมมันอาจจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เราหัวร้อนได้ง่าย ๆ การเข้าใจฮาร์ดแวร์และรู้จักปรับจูนให้เข้ากับลักษณะการใช้งานของตัวเองจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด
คุณเคยสังเกตไหมว่าหลังจากเปิดฟีเจอร์นี้แล้ว มีเกมตัวไหนในเครื่องของคุณที่เคยเล่นลื่น ๆ กลับกลายเป็นสะดุดจนต้องยอมกดปิดทิ้งบ้าง