ถ้าพูดถึงสมาร์ตโฟนที่เน้นรีดเค้นประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ออกมาแบบสุดซอย หลายคนน่าจะนึกถึงตระกูล RedMagic กันอยู่แล้ว ล่าสุดทางค่ายได้ฤกษ์ส่งรุ่น RedMagic 12 Pro ออกมาวางจำหน่ายให้แฟน ๆ นอกประเทศจีนได้สัมผัสกันบ้าง หลังจากที่ปล่อยให้รุ่นพี่อย่าง RedMagic 12 Pro+ เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในประเทศจีนเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การมาครั้งนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะทางค่ายยังคงฟีเจอร์เด็ดอย่างระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่มีไฟ RGB และแบตเตอรี่ความจุสะใจขนาด 8,400 มิลลิแอมป์ชั่วโมง มาให้แบบครบถ้วนเหมือนเวอร์ชันที่ขายในจีนทุกประการ ทำให้อุ่นใจได้เลยว่าเรื่องความอึดและการระบายความร้อนในชั่วโมงเล่นเกมหนัก ๆ จะยังคงจัดเต็มไม่มีกั๊ก

อัปเกรดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นแต่ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม

จุดที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ความจุ 8,400 มิลลิแอมป์ชั่วโมงตัวนี้ มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง RedMagic 11 Pro อยู่ถึง 12% ซึ่งรุ่นเดิมนั้นให้แบตเตอรี่มาที่ 7,500 มิลลิแอมป์ชั่วโมง แต่ทางวิศวกรกลับออกแบบให้ตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้มีความบางลงกว่าเดิม โดยมีความหนาเพียง 8.5 มิลลิเมตร จากเดิมที่เคยหนา 8.9 มิลลิเมตร

ในส่วนของระบบชาร์จไฟสำหรับรุ่นวางขายทั่วโลกจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชันในจีนเล็กน้อย โดยผู้ใช้งานจะได้ระบบชาร์จไวผ่านสายที่ 80 วัตต์ แทนที่จะเป็น 120 วัตต์ แต่ก็ยังคงได้ระบบชาร์จไร้สายและระบบจ่ายไฟตรงเข้าเมนบอร์ดเพื่อเลี่ยงความร้อนที่ตัวแบตเตอรี่ขณะเสียบสายชาร์จเล่นเกมมาให้ด้วย

หน้าจอเต็มตาไร้รอยบากพร้อมรีเฟรชเรตสุดโหด

ด้านหน้ามาพร้อมกับหน้าจอ OLED ของ BOE ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K ที่ทางบริษัทเคลมว่าเป็นหน้าจอแรกในวงการที่มาพร้อมกับรีเฟรชเรตสูงถึง 185 เฮิรตซ์ ออกแบบมาให้เป็นจอเต็มพื้นที่แบบไม่มีรอยบากกวนใจ เพราะซ่อนกล้องหน้าไว้ใต้จอแสดงผลเรียบร้อย

ขอบจอมีความบางเพียง 0.96 มิลลิเมตร สามารถดันความสว่างสูงสุดทั่วไปได้ที่ 1,900 นิต และพุ่งขึ้นไปได้ถึง 5,000 นิตในจุดที่สว่างเฉพาะเฉพาะจุด พร้อมอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอสูงถึง 5,000 เฮิรตซ์ ซ่อนกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 เมกะพิกเซลรุ่น generation ที่ 9 และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแบบอัลตราโซนิก 3 มิติไว้ข้างใต้

ขุมพลัง Snapdragon ตัวท็อปและชิปเสริมประสิทธิภาพ

หัวใจหลักในการประมวลผลเลือกใช้ชิปเซตระดับเรือธงอย่าง Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลเกมที่ทางค่ายพัฒนาเองอย่าง RedCore R5 และชิปแสดงผล G1 พร้อมแรมแบบจัดเต็มสูงสุด 16 กิกะไบต์ และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบความเร็วสูงความจุสูงสุด 1 เทระไบต์ ส่วนกล้องหลังให้มาเป็นเลนส์หลักความละเอียด 50 เมกะพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และเลนส์มุมกว้างพิเศษ 50 เมกะไบต์

ในส่วนของระบบระบายความร้อนจัดเต็มด้วย AquaCore Cooling System 3.0 ซึ่งเป็นการผสานการทำงานระหว่างระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ dual-loop ที่ประดับไฟ RGB, พัดลมระบายความร้อนความเร็วสูง 25,500 รอบต่อนาที, แผ่น vapor chamber ที่มีพื้นที่ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นจากเดิม 15% และสารระบายความร้อนโลหะเหลว Liquid Metal 4.0

ปั๊มน้ำขนาดจิ๋วและมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูง

ปั๊มน้ำขนาดไมโครรุ่นใหม่นี้สามารถสร้างแรงดันเอาต์พุตได้สูงถึง 130 กิโลปาสกาล ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 85% แต่กินไฟน้อยมากเพียง 20 มิลลิวัตต์เท่านั้น ตัวเครื่องยังได้รับมาตรฐานการกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP68 และ IP69 ในขณะที่บริเวณช่องพัดลมระบายความร้อนมีมาตรฐานการกันน้ำแยกต่างหากที่ระดับ IPX8

ผู้ใช้งานยังได้รับปุ่ม trigger ด้านข้างตัวเครื่องที่รองรับความไว 520 เฮิรตซ์ ลำโพงสเตอริโอคู่พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos มอเตอร์สั่นแนวแกน X, ช่องยิงสัญญาณอินฟราเรด, รองรับ NFC, Wi-Fi 7 และพอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.2 Gen 2 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ RedMagic OS 12 ที่พัฒนา, พื้นฐานจาก Android 17 พร้อมระบบ AI Gemini, ระบบจำลองการเล่นเกมพีซี และการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Steam ผ่านศูนย์กลางเกม X-Gravity

ตัวเลือกสีสันและกำหนดการวางจำหน่ายในตลาดโลก

ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำใส Nightfreeze และสีเงินใส Subzero โดยราคาเริ่มต้นจะขยับขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าพอสมควร เมื่อเทียบกับ RedMagic 11 Pro ที่เคยเปิดตัวเริ่มต้นไว้ที่ 699 ยูโร (ราว 26,000 บาท) ทำให้รุ่นใหม่นี้มีราคาสูงขึ้นในทุกความจุ และรุ่นท็อปสุดถูกปรับลดขนาดแรมเหลือ 16 กิกะไบต์

สำหรับผู้ที่สนใจ ทางค่ายจะเปิดขายบัตรกำนัล Early Bird ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายนถึง 17 พฤศจิกายนนี้ โดยผู้ถือบัตรจะสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พร้อมรับหัวชาร์จ 80 วัตต์และของพรีเมียมจากแบรนด์ฟรี ส่วนการวางจำหน่ายทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนผ่านร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการและตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรแล้วในอเมริกาเหนือ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปบางส่วน เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง เม็กซิโก และชิลี

ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงที่จัดเต็มระบบระบายความร้อนเทียบชั้นพีซีไฮเอนด์ ฟีเจอร์ของฮาร์ดแวร์จัดเต็มแบบนี้คุ้มค่ากับการควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหรือเปล่า