เคยไหมครับ เวลาเราซื้อการ์ดจอใหม่มาประกอบคอมพิวเตอร์เอง หรือพาเครื่องไปให้ร้านช่วยจัดสเปก แล้วเกิดคำถามในใจว่า ทำไมช่อง PCIe สล็อตยาว ๆ บนเมนบอร์ดที่มีตั้ง 2-3 ช่อง ถึงต้องบังคับให้เราเสียบการ์ดจอที่ช่องบนสุดใกล้กับ CPU ด้วย เอาจริง ๆ เสียบช่องล่าง ๆ ได้ไหม เคสจะได้ดูโปร่ง สายไฟไม่บังพัดลม หรือดูสวยงามกว่ากันเยอะ
หลายคนคิดว่าช่อง PCIe สล็อตยาว ๆ พวกนี้มันเหมือนกันหมด เสียบตรงไหนก็ทำงานได้เหมือนกันเพราะรูปร่างภายนอกแทบไม่ต่างกันเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลายวงจรเบื้องหลังบนแผ่นเมนบอร์ดนั้น ถูกออกแบบมาคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิงครับ
สายตรงถึงสมอง กับสายต่อผ่านป้อมปราการ
ความลับเรื่องนี้อยู่ที่การเดินเลนของ PCIe ครับ ช่องบนสุดถูกวางลายวงจรให้ต่อตรงเข้าหา CPU โดยตรง ไม่ต้องผ่านด่านตรวจอะไรทั้งนั้น เปรียบเหมือนทางด่วนสายตรงที่พุ่งเข้าสู่สมองกลหลักของเครื่องทันที ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วที่สุด latency หรือค่าความล่าช้าในการส่งข้อมูลต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะที่ช่อง PCIe สล็อตล่าง ๆ ที่เหลือทั้งหมดบนเมนบอร์ด ไม่ได้วิ่งเข้า CPU โดยตรงครับ แต่มันจะต้องวิ่งไปหาชิปเซ็ต ซึ่งเป็นตัวจัดการอุปกรณ์ต่อพ่วงบนเมนบอร์ดก่อน แล้วค่อยส่งข้อมูลจากชิปเซ็ตผ่านท่อส่งแคบ ๆ กลับเข้า CPU อีกทีหนึ่ง
ค่า Bandwidth และความต่างของจำนวนเลน
การส่งข้อมูลตรงเข้า CPU ในช่องบนสุดนั้น เมนบอร์ดมักจัดเต็มทางส่งข้อมูลมาให้สูงถึง 16 เลน หรือที่เรียกว่า PCIe x16 ซึ่งให้ bandwidth หรือปริมาณความจุในการรับส่งข้อมูลมหาศาล เหมาะสมกับความต้องการของการ์ดจอยุคใหม่มากที่สุด
แต่ช่องล่างที่ผ่านชิปเซ็ต แม้จะมีขนาดสล็อตยาวเท่ากัน แต่ข้างในอาจมีสายเชื่อมต่ออยู่จริงแค่ 4 เลน หรือ PCIe x4 หรือมากสุดก็แค่ 8 เลน แถมยังต้องแบ่งปันความเร็วในการส่งข้อมูลร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ บนบอร์ด เช่น SSD แบบ NVMe หรือพอร์ต USB หลังเคสด้วย
ผลกระทบเวลาเอาไปเล่นเกมจริง
ถ้าเราเอาการ์ดจอระดับตัวท็อปไปเสียบช่องล่าง ผลลัพธ์ที่ได้คือ เกิดอาการคอขวด หรือการที่การ์ดจอส่งข้อมูลให้ CPU ไม่ทัน เฟรมเรทในเกมจะตกทันที อาการกระตุกสั้น ๆ หรือเฟรมไทม์ไม่นิ่งจะแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน โดยเฉพาะเกมที่กินสเปกหนัก ๆ
นอกจากนี้ PCIe เวอร์ชันใหม่ ๆ อย่าง PCIe 4.0 หรือ PCIe 5.0 บนช่องบนสุด ก็รับประกันความเร็วระดับสูงสุดตลอดเวลา แต่ช่องล่างอาจวิ่งได้แค่เวอร์ชันเก่ากว่า หรือสปีดดรอปลงมาตามภาระงานของชิปเซ็ตในขณะนั้น
แล้วช่องล่างเอาไว้ทำอะไรได้บ้าง
ถึงแม้ช่องล่างจะไม่เหมาะกับการ์ดจอหลัก แต่ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์นะครับ ช่องพวกนี้เหมาะมากสำหรับใส่การ์ดขยายอื่น ๆ เช่น การ์ดเสียง การ์ดรับสัญญาณ Wi-Fi หรือการ์ดแปลง SSD M.2 เพิ่มเติม ที่ไม่ได้ต้องการความเร็วสายตรงเท่ากับการ์ดจอ
สรุปง่าย ๆ คือช่อง PCIe บนสุดคือ VIP สายตรงเข้า CPU ส่วนช่องล่างคือช่องทางปกติที่ต้องเข้าคิวผ่านชิปเซ็ต การรู้จุดนี้จะช่วยให้คุณจัดสเปกและเสียบอุปกรณ์ได้ถูกต้อง ดึงประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ออกมาได้ 100% เต็ม แล้วคอมพิวเตอร์ที่คุณกำลังใช้อยู่ตอนนี้ การ์ดจอถูกเสียบไว้ที่ช่องบนสุดสายตรงเข้า CPU แล้วหรือยังครับ